แอนน์ ไชเบอร์ มีชีวิตที่เรียบง่ายในหอพักเก่า ๆ ของเธอ ท่ามกลางภาพเขียนเก่าๆราคาถูก เฟอร์นิเจอร์ที่เต็มไปด้วยฝุ่น และชั้นวางหนังสือที่เต็มไปด้วยหนังสือหายากจำนวนมาก
เบน คลาร์ก เพื่อนสนิทของป้าแอนน์ที่เป็นทนายความ กล่าวไว้ว่าเธอเป็นบุคคลที่แปลกที่สุดเท่าที่ผมเคยพบมา เธอไม่มีคนรักและไม่ค่อยจะออกไปข้างนอกในเวลาทำงาน เว้นแต่ว่าเธอจะไปบริษัทหลักทรัพย์เพื่อซื้อหุ้น
"ผมไม่ได้สนใจตลาดหุ้นมากนัก แต่เนื่องด้วยอาชีพทนายความก็ต้องติดตามข่าวสารตามหน้าหนังสือพิมพ์ ดังนั้นจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะเห็นพาดหัวข่าวว่า ตลาดหุ้นลงหนักหรือฟองสบู่ตลาดหุ้น เมื่อผมอ่านข่าวแล้วก็ทำให้นึกถึงเพื่อนของผม แอนน์ ไชเบอร์"
เบน คลาร์ก กล่าว
ผมเจอเธอตอนที่ตลาดหุ้นลงหนัก ผมถามเธอว่าเธอทำอะไรกับพอร์ตหุ้นของเธอ ? เธอกลับทำหน้านิ่ง ๆและตอบผมว่า "ไม่ได้ทำอะไรกับมันเลย เมื่อเงินเดือนออก ฉันจะไปซื้อเพิ่ม" คำตอบของเธอมันช่างดูแปลกจริง ๆ แปลกตรงที่ว่า ทุกคนอยากจะขายหุ้น ในขณะที่เธอกลับมีความคิดอยากจะซื้อหุ้น เธอน่าจะเป็นนักสวนกระแสคนหนึ่ง
เธอลงทุนมาตลอด 50 ปี ด้วยเงินเริ่มต้นเพียงแค่ 5 พันเหรียญสหรัฐ ซึ่งหุ้นในพอร์ตของเธอประกอบไปด้วยหุ้นชั้นเยี่ยมคุณภาพดี เช่น Coca-Cola - บริษัททำน้ำอัดลมโค๊ก , Paramount - ผลิตภาพยนต์ชั้นแนวหน้าในอเมริกา, Schering-Plough - บริษัทผลิตยา , Exxon - บริษัททำน้ำมัน , PepsiCo - บริษัททำน้ำอัดลมเป๊ปซี่ และยังมีหุ้นอีกจำนวนมาก ตอนที่เธอเสียชีวิตด้วยอายุ 101 ปี เธอทำเงินได้มากกว่า 22 ล้านเหรียญสหรัฐ
การอยู่อย่างประหยัด และไร้ชื่อเสียงในเมืองที่เต็มไปด้วยแสงสี เป็นเรื่องที่ยากมาก แต่เธอก็ฝึกตนเองไม่ให้ใช้จ่ายเกินตัวหรือซื้อในสิ่งของที่ไม่จำเป็น หลังจากที่เธอจากไปด้วยเงิน 22 ล้านเหรียญ เธอใช้ไปกับการบริจาคให้มหาวิทยาลัย Yeshiva University ซึ่งเป็นโรงเรียนที่เธอไม่เคยเข้าไปเรียน เพื่อช่วยเหลือนักศึกษาที่เธอไม่เคยพบ
เพื่อนของเธอส่วนใหญ่มักจะเป็นทนายความและเพื่อนที่โบรคเกอร์ แสดงความเห็นว่าเธอมีจิตใจที่ดีงามและชอบช่วยเหลือชาวยิวที่ถูกรังแกมากมาย ถึงแม้เธอจะเป็นคนที่ประหยัดมัธยัสถ์ แต่ถ้าเป็นเรื่องช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกันแล้วละก็ ถึงไหนถึงกันเลยละ!
กับอีกเรื่องหนึ่งที่เธอทุ่มสุดตัวนั้นคือการซื้อหุ้น เธอเป็นคนที่ไม่ได้มีวิธีหรือเคล็ดลับมากมาย แต่เธอก็เลือกมันอย่างมีวิสัยทัศน์ ที่สำคัญคือ เธอไม่ใช่คนมองอะไรสั้นๆ การถือมันไปตลอดคือสิ่งที่ดีที่สุด
วิลเลี่ยม เฟย์ เพื่อนของป้าแอนน์ที่ทำงานอยู่ใน Merrill Lynch กล่าวว่า
"หลักการลงทุนของป้าแอนน์ คือ ลืมเรื่องตลาดไปซะ ไม่รู้อะไรคือจุดสูงสุด อะไรคือจุดต่ำสุด เธอไม่เคยมองมันเลยไม่ว่าจะเป็นภาพรายวัน รายเดือน หรือรายปี เธอเอาปันผลที่ได้รับไปซื้อหุ้นเพิ่มอีกด้วยซ้ำ ถือมันให้นาน ขายให้มันน้อยหน่อย"
"เธอไม่เคยมองกำไรที่เกิดขึ้นในระยะสั้นเลย แน่นอนว่าถ้าเธอเป็นพวกชอบขายทำกำไรระยะสั้นแล้วละก็ เธอคงไม่มีวันนี้อย่างแน่นอน ถ้าคุณคิดว่าวอเร็น บัฟเฟตต์ คือนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จแล้วละก็ การยกตัวอย่างของป้าแอนน์ คือส่วนเติมเต็มที่ทำให้หลักการลงทุนของวอเร็น บัฟเฟตต์ มีความสมเหตุสมผลมากขึ้น"
แปลโดย SiTh LoRd PaCk

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น