ขอเดินออกจากตระกูล เผยถึง “มายด์”
และดาราที่กดไลก์
ทราย : ไม่ครับ ถ้าเขาเป็นพี่ชายเราก็ดีนะครับ เขาใจดี (หัวเราะ) เคยเจอแล้วครับ
ทราย : เรียนที่ไทยก่อนไปเรียนที่สหรัฐฯ ครับ
ทราย : 6 ปีครับ กลับมาที่ไทยตั้งแต่ 6 ปีที่แล้วครับ
ทราย : ประมาณนั้นครับ จริงๆ ตอนที่ทรายไปอยู่ต่างประเทศ ทรายใช้เวลาบำบัดตัวเองกับจิตวิทยา เราไปทำงานกับหมอมที่เป็นจิตแพทย์ และค่อยๆ อันล็อกเรื่องต่างๆ ที่เราเจอตอนเด็กๆ ครับ ด้วยจังหวะโควิดเราต้องกลับมา พร้อมเผชิญเรื่องนี้ ตอนกลับมาปีแรกก็เริ่มบอกคนในครอบครัวแล้วว่าเราเจออะไรบ้าง เมื่อสิ่งที่เราพูดไป มันไม่ค่อยมีน้ำหนัก สุดท้ายจากที่อยู่กับครอบครัวที่หัวหิน หรือกรุงเทพฯ เราก็ไปภาคใต้ ไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ครับ
ทราย : อยู่กับทะเลครับ ว่ายน้ำ เก็บขยะ รู้สึกว่าเขาเป็นที่เดียวที่เยียวยาจิตใจเราได้ครับ งานทุกแบบที่เราหาเหตุผลจะอยู่กับทะเล แล้วก็ขอบคุณเขาทุกวันครับ เราก็เก็บขยะกับอุทยาน เป็นเจ้าหน้าที่ ว่ายน้ำทุกอย่างครับ นั่นคืองานที่เราทำมา 6 ปีครับ
ทราย : มันคือความสุขของเราครับ เรารู้สึกว่าตอนเราอยู่กับธรรมชาติ
ทราย : เราเป็นห่วงทรัพยากรครับ เมื่อเรารู้ว่ามีปัญหา เราก็หาทางไป และเรียนรู้เรื่องปัญหา เราอยากเข้าใจทุกปัญหาที่เกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อมครับ
ทราย : บางทีทรายรู้สึกว่าเหมือนเราอยากเป็นเสียงให้กับสิ่งที่ไม่มีความยุติธรรมครับ รู้สึกว่ามันคือสิ่งที่ถูกต้อง ที่ต้องทำครับ
ทราย : ครับ
ทราย : ทรายรู้แค่ว่าในวันที่ทรายไม่ได้มีครอบครัว ทรายมีแต่ทะเลครับ กับทรัพยากร (ร้องไห้) เขาเหมือนพ่อที่เราไม่เคยมี เขาเป็นแม่ที่เราไม่เคยมีครับ เขาไม่เคยทำร้ายเรา (ร้องไห้) ตอนทรายอยู่ในธรรมชาติ ทรายรู้สึกว่า เราเป็นมากกว่าผู้ชายที่โดนข่มขืนครับ (ร้องไห้) มากกว่าผู้ชายที่โดนครอบครัวทิ้งครับ (ร้องไห้) เหมือนเราต้องเป็นสิ่งที่เราไม่เคยได้ตอนเด็กครับ ตอนทรายเด็กๆ ทรายหวังว่าจะมีคนมาช่วยเราหรือช่วยสิ่งอื่นๆ เราโตขึ้น เรารู้สึกว่าสิ่งเหล่านี้มันไม่มีจริงถ้าเราไม่ลุกขึ้นมาเป็นเองครับ ทุกวันที่ทรายได้เป็นตัวเอง ที่มันชัดเจน ทรายรู้สึกว่าเราได้พักความเลวร้ายที่เกิดขึ้นกับเราไปห่างขึ้นครับ
ทราย : นอกจากเพื่อนๆ และคุณแม่บุญธรรมทราย ก็ไม่ได้มีใครที่คุยด้วยครับ ก็พยายามไปทีละวันๆ อยู่กับธรรมชาติครับ
ทราย : ทรายเป็นคนที่มีความหวังครับ ทรายแค่พยายามดูว่ามีใครที่จะช่วยเราได้มั้ยในครอบครัว เราพยายามเก็บความหวังไว้ครับ วันนี้เราก็ไม่มีความหวังในเรื่องนั้นแล้วครับ
ทราย : เพราะคุณตาสอนให้เรารักครอบครัวครับ (ร้องไห้) ทรายโตมาในครอบครัวที่คุณตาเขาเลี้ยง พยายามเชื่อว่าสิ่งที่เขาสอน จิตวิญญาณเขาที่ยังอยู่ในครอบครัวนี้อยู่ครับ (ร้องไห้) ทรายไม่อยากออกมาพูด เพราะว่ามันคือโลกที่คุณตาสร้างให้กับเราครับ แต่เมื่อคุณตาไม่อยู่แล้ว ทรายก็เห็นว่าครอบครัวของทรายไม่ได้เก็บจิตวิญญาณของคุณตาไว้เลยครับ วันที่ทรายตื่นตัว ทรายคิดว่าคุณตาคงไม่ได้อยู่แล้วครับ เขาไม่ได้อยู่กับครอบครัวนี้แล้วครับ ทรายไม่อยากทำร้ายครอบครัวตัวเองครับ แต่ทรายคิดว่ามันหมดแล้วครับ (ร้องไห้)
ทราย : ทรายคิดว่าถ้าคุณตาเห็นในสิ่งที่เกิดขึ้นนะครับ (ร้องไห้) เขาคงบอกให้เราเดินออกเหมือนกันครับ มันหมดความหวังในเรื่องนี้กับคนพวกนี้แล้วครับ (ร้องไห้)
ทราย : คุณตาเขาตายประมาณ 10 กว่าปีที่แล้วครับ ทรายยังไม่ได้มีโอกาสที่จะบอกครับ
ทราย : ตอนแม่เขาฟ้องร้องเราครับ ผมเห็นว่ามันไม่มีจุดหยุดของผู้หญิงคนนี้ครับ ตอนที่ผมกลับมาที่หัวหิน 6 ปีที่แล้ว ผมไม่ได้กะบอกคุณแม่เรื่องพี่ชายเลย ผมยังไม่พร้อม แต่ผมบอกคุณแม่เรื่องพี่เลี้ยง วันที่พี่เลี้ยงเขาถูกไล่ออก เขาโทรไปบอกแม่ เขาขู่ว่าเขารู้เรื่องพี่ทรายครับ แม่ก็เรียกเรามาคุย และบอกว่าเรื่องนี้มันจริงมั้ย เราบอกจริง แม่บอกห้ามบอกใครครับ ตอนนั้นทรายไม่ได้คิดมาก ว่าเป็นเรื่องผิดปกติที่คนจะไม่แก้ไขอะไรเลย ทรายแค่คิดว่าทรายได้บอกเรื่องพี่เลี้ยงไปแล้ว ทรายปลอดภัยในครอบครัว เพราะพี่เลี้ยงก็ไม่อยู่แล้ว สักพักนึง แม่เขาก็ไล่เราออกจากบ้านหัวหินครับ ซึ่งตอนนั้นเราไม่ได้รู้ว่าเราเป็นเจ้าของบ้านด้วย เขาบอกว่าเป็นบ้านของเขา ทรายก็ได้สูญเสียครอบครัวตัวเอง ความปลอดภัยในบ้านอีกครั้งนึง ก็เก็บทุกอย่างในบ้านที่เราพอเอาไปได้ เสื้อผ้า แปรงสีฟัน แชมพู หนีไปอยู่ภาคใต้ครับ
ทราย : 2020 ครับ
ทราย : ต้องเล่าว่าทรายเพิ่งมารู้ว่าทรายเป็นเจ้าของ หนึ่งในเจ้าของที่ดินในหัวหิน 2 ปีที่แล้ว เพราะว่าตลอดมา คุณแม่บอกว่าเป็นที่ของเขา นั่นคือข้อความที่เขาส่งมา ทุกคนคงเห็นแล้วล่ะ เขาบอกเป็นที่ของเขา ทะเบียนบ้านหมด ต้องไปต่อทะเบียน เขาต้องการลายเซ็นของเรา นั่นคือจุดที่เรารู้ว่าเราคือผู้ถือกรรมสิทธิ์ หลังจากนั้น 2 ปีนั้น ทรายจ่ายภาษีในที่ดินส่วนของทรายและพายเองครับ
ทราย : แค่แปลงส่วนของทราย จะแบ่งกับพายครับ
ทราย : ใช่ครับ เขาโอนให้แม่ก่อนเพื่อลดหย่อนภาษี แม่ก็โอนมาให้เราภายใน 4 เดือนนั้น ไม่ได้ทิ้งไว้นานครับ
ทราย : เขาฟ้องเราครับ อยากเอาที่ดินตรงนั้นคืนครับ ในคดีฟ้องเขาก็ใส่ชื่อพี่ชายเป็นพยาน ที่หาว่าเราเป็นลูกเนรคุณ สำหรับสิ่งที่เราพูด เรื่องพี่เลี้ยงที่เราเล่าให้ทุกคนฟัง มันเป็นเรื่องจริงที่แม่ผมจ้างพี่เลี้ยงที่ข่มขืนผมกลับมาทำงานในบ้านเพื่อไล่เราออกจากบ้านหัวหินครับ นั่นคือเรื่องที่ทรายต้องแบกมา 6 ปีครับ พี่เลี้ยงคนนี้สรุปแล้วครอบครัวทรายไม่ดำเนินคดีนะครับ เขายังอยู่ที่เพชรบุรี วิ่งไปไหนไม่รู้ หลังทรายเขียนเรื่องออกมา เขาวิ่งหนีไป แม่ทรายไม่เคยดำเนินคดี ไม่เคย เขาจ้างเขากลับมาทำงาน ก็ไม่มีคำบรรยายมากกว่านั้นครับ
ทนายสายหยุด : ที่น้องเอามาไม่มีตัวฟ้อง มีแต่พินัยกรรม แล้วก็บัญชีพยาน น้องมีอีกมั้ย มีคำฟ้องมั้ย
ทนายสายหยุด : อาจเป็นการถอนการให้ ด้วยประพฤติเนรคุณครับ
ทนายสายหยุด : น้องเขาต้องยืนยันว่าตายกให้ บุคคลทั่วไปทราบ ผมไม่อยากใช้คำว่าหลบเลี่ยงภาษีเนอะ อำพรางวางแผนภาษีดีกว่า เพราะอัตราภาษีมันต่างกัน คุณตาโอนให้ลูกตัวเอง เสียแค่อากรแสตมป์ 50 ตังค์ของราคาประเมิน เสียค่าธรรมเนียมการโอนแค่ 50 ตังค์ของราคาประเมินเช่นกัน เสียแค่สองฐาน แต่ถ้าคุณตาโอนให้น้องทรายเลย จะมีภาษีเงินได้บุคคลธรรมดางอกขึ้นมาอีก ตามราคาประเมิน ซึ่งการจ่ายภาษีจะสูงมาก คนที่เขารู้ช่อง เขาก็โอนให้ลูกตัวเองก่อน แล้วให้ลูกโอนต่อไปที่หลาน มันก็เซฟตรงนี้ลงไป
ทนายสายหยุด : มีค่อนข้างบ่อยครับ เป็นเคสชาวบ้านทั่วไป เขาคิดว่าเขาตายไปแล้ว ต้องมาจัดการมรดกอีก เขาก็กลัวลูกมาทะเลาะกัน เขาก็พยายามจำหน่ายจ่ายโอนให้ลูกแต่ละคน พออยู่ไปสักระยะ ลูกที่ได้ทรัพย์สินไป ทิ้ง ไม่ดูแล มาด่าเขาอีก ไม่ส่งเสียเลี้ยงดู กฎหมายก็เลยมีอยู่มาตรานึง เพิกถอนการให้ได้ เพราะลูกประพฤติเนรคุณ ประพฤติเนรคุณคือด่าทอหยาบคาย ทำร้ายร่างกาย อายุมากแล้วไม่ส่งเสียเลี้ยงดูเขา เพราะกฎหมายก็ต้องป้องกันลูกที่ได้ทรัพย์สินแล้ว ทิ้งพ่อทิ้งแม่ กฎหมายเขาเขียนเจตนาไว้ดีครับ
ทนายสายหยุด : จากแนวทางคำพิพากษาที่เคยมีลักษณะนี้ยังไม่เคยมี แต่แต่ไปด่าว่าอีนั่น อีนี่ อีแก่ อีโง่ แบบนี้เรียกว่าเนรคุณ ยังไม่เคยมีเคสเหมือนที่น้องพูด เขาบอกแม่ว่าเขาโดนกระทำแบบนี้ จากพี่เลี้ยง แต่แม่แทนที่จะคุยกับลูก ก็บอกว่าอย่าพูดเรื่องนี้นะ พอน้องพูดปั๊บกลายเป็นเนรคุณ ผมว่ามันก็ไม่ถึงขนาดนั้น เป็นความเห็นส่วนตัวผมนะ ผมว่าไม่น่าใช่เรื่องเนรคุณ เพราะน้องเขาพยายามสื่อความจริงว่าคนนี้เคยทำแบบนี้กับผม แล้วทำไมต้องจ้างกลับมาทำงาน พี่ก็เคยทำแบบนี้ แต่กลายเป็นว่าแม่ไม่พอใจ อย่าพูดนะ ถ้าพูดไป น่าจะเสียชื่อเสียงมากกว่า
ทราย : ระหว่าง 4-5 ปีที่ทรายแทบไม่กลับไปอยู่ที่บ้านหัวหิน พี่กับแม่ก็ไปเที่ยวกันตลอดครับ อยู่กับพี่เลี้ยงที่ขืมขืนทราย อยู่กับพี่ชายที่ข่มขืนทราย อยู่ด้วยกัน 3 คน
ทราย : ในคำฟ้องเขาบอกว่า..จริงๆ เรื่องใหญ่มันเกิดขึ้นตั้งแต่รายการตีท้ายครัวครับ เพราะในรายการนั้น มีช่วงนึงทรายบอกว่าเขาจ้างพี่เลี้ยงที่ข่มขืนเรากลับมาทำงาน เขาหาว่าทรายไปพูดอย่างนั้นทำให้ชื่อเสียงเสียหาย ซึ่งตั้งแต่รายการตีท้ายครัวมา คนอื่นในครอบครัวก็เริ่มหนาวๆ กับทราย มีแชตอันนึงที่ทรายปริ้นต์ออกมาให้ มีน้าส่งมาให้ทราย หลังตีท้ายครัวออกนะครับ เขาเขียนมาว่า ทรายครับ ทรายต้องไม่พูดเรื่องแม่หรือพายอีกแล้วนะครับ ตอนนี้ทุกคนรู้เรื่องราวอยู่แล้ว ควรจบตามสัญญาที่เซ็นตอนตกลงจะให้เงินเราทุกปี ตอนนี้คนในตระกูลภิรมย์ภักดีไม่ค่อยแฮปปี้สักเท่าไหร่ เขากำลังจะฟ้องเรา ว่าเราเป็นลูกทรพี ซึ่งตรงนี้ทรายควรปรึกษาทนายของทรายนะว่ามันเป็นไปได้มั้ย
ทราย : ใช่ครับ แต่ทรายขอความช่วยเหลือสายอื่นด้วยครับ ลุงสันติทรายก็เคยขอความช่วยเหลือ จริงๆ ลุงสันติได้ฟังเทปของพี่ชาย ขอความช่วยเหลือเขามา 4 เดือนแล้วครับ ตั้งแต่รู้ว่าเขาจะฟ้องเรา ก็ไม่ได้มีอะไรมา ลุงก็บอกให้ทรายไปขอโทษแม่ครับ แล้วพี่ต๊อด ทรายก็เคยขอความช่วยเหลือ 3 ปีที่แล้วครับ ทรายเคยส่งภาพรถทรายมีแต่สัมภาระของทราย บอกว่าแม่ทรายทำแบบนี้ ครอบครัวทรายไม่ได้ช่วยทราย จริงๆ ทรายมีแชตหมดนะครับ ที่ทรายขอความช่วยเหลือ ลุงสันติ พี่ต๊อด น้าต่างๆ
ทราย : เรื่องพี่เลี้ยงครับ
ทนายสายหยุด : น้องก็พยายามพูดแบบนั้น แจ้งคุณแม่ แต่ทีนี้ความเห็นคุณแม่ไม่ตรงกัน ก็อ้างว่าทำให้เขาเสียหาย เป็นเหตุว่าการไม่เชื่อฟัง พูดให้เขาเสียหาย แม่ก็อ้างตรงนี้ว่าเป็นเหตุเนรคุณ
ทนายสายหยุด : มันต้องตีความ เพราะมันต้องตีบริบทภาพรวม เพราะยังไม่มีลักษณะนี้ เหมือนลักษณะขัดคำสั่งคุณแม่มากกว่า ไม่ใช่จะไปเนรคุณ หรือไปด่าแม่ ลักษณะแม่บอกอย่าเอาเรื่องในบ้านที่มันไม่ดี อย่าเอาไปพูดให้คนนอกได้ยิน ลักษณะคุณแม่ห้ามแบบนี้มากกว่า แต่น้องเขาคิดว่าเป็นเรื่องจริง และเขาเป็นผู้ถูกกระทำ เขาก็พูดมันออกไป แนวที่บอกว่ามันเป็นก็ยังไม่เคยมีนะ ห้ามเอาเรื่องในบ้านมาพูด มันเป็นเรื่องเสื่อมเสีย
ทราย : ทรายพยายามนัดคุยกับเขา ก่อนงานแต่งงาน ตอนนั้นที่ทุกคนเห็น ก็ไม่มีการตอบรับอะไรเลยครับ ไม่มีการคุยก่อนหน้านี้
ทราย : ใช่ครับ เขาให้ใครไม่รู้ ไปแขวนหมายเรียกศาลหน้าประตูรั้วที่บ้านครับ
ทราย : คุณยังไม่ช่วยจัดการเรื่องพี่ชายที่ข่มขืนผมเลย แล้วคุณจะมาเอาเรื่องนี้กลับ มันวิปริตครับ
ทราย : วันขึ้นศาลรอบแรก เขาไม่ได้มา ทรายไปคนเดียวกับทนายครับ
ทราย : ครับ ราวๆ เดียวกันกับที่บ้านหัวหินที่คุณตามอบให้ครับ
ทราย : แต่ทรายแนะนำว่าถ้าจะโต้ข้อเท็จจริง เอาหลักฐานมาด้วยนะครับ เพราะทุกอย่างที่ทรายพูดวันนี้มีหลักฐานหมดครับ เอกสารสัญญาที่จะมอบสิทธิ์ขายที่ดินให้กับแม่ ทรายก็มีอยู่ ไม่ว่าจะพูดอะไร เอาหลักฐานมาด้วยครับ ทรายมีคลิป มีเสียงอัดของคนอื่นๆ ที่เก็บกดทรายมาทั้งชีวิตครับ มันไม่ใช่เรื่องธรรมดาที่ผู้ชายคนนึงต้องเจอมา 20 กว่าปี ทรายเชื่อว่าคุณก็รู้ตัวดีว่าคุณทำอะไรมาบ้าง จะพูดอะไรกับสื่อก็เอาหลักฐานมาด้วย
ทราย : คิดครับ ทรายไม่เคยเกิดมาเป็นภิรมย์ภักดีครับ ทรายเป็นสก๊อตครับ
ทราย : ทรายแค่รู้ว่าทรายคือนักอนุรักษ์ทะเล นักอนุรักษ์ธรรมชาติ คนที่ชอบทำงานช่วยเหลือคนอื่นครับ ทรายเกิดมาแค่ตัวตน เดี๋ยวเราก็ตายไป แค่นี้ครับ เรื่องตระกูล เรื่องเงิน ทรัพย์สิน มันไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์เราเกิดมาด้วยครับ เรามาแค่นี้ครับ
ทราย : ใช่ครับ ทรายแค่อยากได้รับความยุติธรรม ซึ่งมันต้องเกิดขึ้นอยู่แล้ว มันคือ 20 ปีของผู้ชายคนนึง ไม่ว่าคุณมีเงิน มีอำนาจเยอะขนาดไหน คุณไม่มีสิทธิ์ขโมยวัยเด็กของผู้ชายคนนึงครับ แต่ต่อจากนี้ ผมขอเดินออกแล้วครับ
ทราย : ครับ
ทราย : วันที่พายเขาปล่อยคลิปผ่านบัญชีภรรยาเขา แก้ตัวครับ โชคดีทรายไม่ได้เห็น เนื่องจากออกตอนกลางคืน ตอนเช้าที่ทรายมาเห็นเป็นวันที่เครียดที่สุดในชีวิตทราย เป็นเพราะว่าคนอาจไม่ได้นึก แต่เราโดนเขาทำร้ายมาทั้งชีวิตครับ เราไม่นึกเลยว่าเขาจะออกมาหลอก พูดสิ่งที่ตรงข้ามกับสิ่งที่เกิดขึ้นให้คนฟัง ทำให้เราดูเหมือนคนบ้า เขาบอกเขาส่งเงินให้เราบำบัดจิต มันไม่ใช่เรื่องจริงเลย เขาบอกว่าเป็นแค่การเล่นระหว่างพี่ชาย พี่น้อง การที่จะข่มขืนคนอื่นมันไม่ใช่เรื่องเล่นเลย เช้าวันนั้นเป็นวันที่ทรายเครียดที่สุด ทรายแทบลุกออกจากเตียงไม่ได้เลย เพราะรู้สึกว่าเรากำลังโดนเขาทำร้ายอีกแล้ว ต่อหน้าคนอื่นด้วย ตอนนั้นทรายรู้เลย แค่คิดขยับนิ้วให้ตัดคลิปเสียง ใส่คำบรรยายให้คนเข้าใจว่าเราเจออะไร ทรายมีแรงสมาธิแค่นั้นแล้วกดปล่อย วันนั้นคือวันที่เครียดที่สุดในชีวิตทราย เหมือนร่างกายเราจำได้ การที่เราถูกทำร้ายจากคนๆ นั้น สิ่งที่เขาทำคือทำร้ายเรา ทรายโชคดีมากที่ทรายมีสติแค่แบบ..โอเค ปล่อยคลิป มันจบแค่นี้ ตอนนั้นทรายยังไม่ได้เห็นเรื่องดารา เห็นโน่นนี่นั่น แต่ทรายตกใจตอนเห็นทีหลังว่าแบบ... เขาเอาเรื่องที่จริงๆ แล้วเกี่ยวกับการทำร้ายเด็กภายในครอบครัว การข่มขืนจากพี่ชายไปถึงน้องชาย เอามาทำให้เกี่ยวกับเรื่องที่ดิน มันมีแค่กิเลสในใจบางคนครับ เพราะเรื่องนี้เกี่ยวกับความยุติธรรม กับสิ่งที่เกิดขึ้นกับทราย ไม่ได้เกี่ยวกับทรัพย์สิน แล้วการมาย่อยให้เกี่ยวกับทรัพย์สิน มันสกปรกมากเลยครับ ทำไมคุณไม่ตอบคำถามใหญ่ๆ มากกว่านั้น ผู้ชายคนนั้นเขาข่มขืนทราย มันคนละเรื่องกัน นี่คือเรื่องที่ใหญ่ที่สุด คือพิษที่ตามทรายมาทั้งชีวิตครับ ผมเชื่อว่าเหตุผลที่ฟ้อง เขาอยากให้เราเงียบด้วย ตอนเด็กๆ เขาอาจขู่เราว่าถ้าเราทำผิด เขาจะไปฟ้องคุณตา แต่ในวันนี้คุณตาไม่อยู่ เขาเลยใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือในการข่มขู่เรา ทรายโตขึ้นมาในบ้านแบบนั้นแล้ว ทรายรู้ว่าทรายไม่ยอมเป็นเหยื่อของอำนาจหรือการข่มขู่ของใครอีกแล้วครับ ทรายเป็นผู้ชายที่ว่ายน้ำข้ามทะเลนะครับ วันที่ทรายเห็นเขาปล่อยคลิปขอโทษ ทรายนึกกับตัวเองเลยว่าคุณอาจคิดว่าคุณทำร้ายเราได้อีกครั้งนึง แต่เราไม่ใช่ผู้ชายที่คุณทำร้ายได้อีกแล้ว แล้วทรายก็ปล่อยคลิปไปเลยครับ
ทราย : ทรายพูดตรงๆ ว่าทรายไม่กลัวตายครับ สิ่งที่เขาทำกับเรา มันฆ่าจิตวิญญาณเราทิ้งหลายรอบแล้วครับ ตอนเราโดนไล่ออกจากบ้านเราก็รู้สึกว่าเราตายไปแล้ว ตอนพี่เขาข่มขืนเรา เราก็รู้สึกว่าเราตาย ตอนเขาจ้างพี่เลี้ยงเรากลับมา เราก็รู้สึกตายไปแล้วครับ ความตายเรื่องกฎหมายตอนนี้ทรายไม่ได้คิดถึงเรื่องนั้นแล้วครับ ทรายเกิดมาชีวิตเดียว แล้วทรายมีเจตนาจะปกป้องทรัพยากรของประเทศนี้ครับ ทรายจะไม่ให้ใคร ไม่ว่าเขามีเงิน มีอำนาจเยอะขนาดไหน มาขวางทางทรายในสิ่งที่ทรายต้องทำครับ ทรายเกิดมาเพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรประเทศนี้ครับ ไม่ได้เป็นเหยื่อของผู้ชายคนนึงที่วิปริตข่มขืนน้องชายเขาครับ หรือแม่ที่เห็นความสำคัญของชื่อเสียง แล้วของลูกชาย ปกป้องความเลวของผู้ชายอีกคนให้ ไม่ครับ ชีวิตทรายมีคุณค่ามากกว่านี้ จะลุกขึ้นมาพูดเพราะทรายรู้สึกว่าพรสวรรค์ที่ทรายเกิดมา ที่มีความหวัง ที่มีความสามารถทางด้านร่างกาย มันเป็นพรสวรรค์ของทราย ไม่ใช่ของพวกเขาครับ
ทนายสายหยุด : ตัวพี่ชายเขาพูดก่อนว่าเขาแค่เล่นกับน้อง เขาใช้คำแบบไม่มีอะไรเลย แค่หยอกล้อเล่นกันในวัยเด็ก ทางนี้เขาก็จะบอกว่าไม่ได้เล่น เล่นอะไร คุณทำแบบนี้ คุณข่มขืนก็ว่าไป เขาก็ต้องปล่อยออกไป เพราะพี่เขาบอกว่าแค่ล้อเล่นกับน้อง ทำไมน้องถึงมาพูดว่าพี่เขาละเมิดล่วงเกิน ทำนองนี้ ตามความหมายของทรายคือพี่ชายพยายามบิดเบือนหรือเปล่า การกระทำมันไม่ใช่การเล่น
ทราย : ทรายคิดว่าสักวันนึงมันต้องจบ และทรายคิดว่าต้องจบตอนนี้ครับ ทรายไม่อยากเสียเวลากับคนหรือเรื่องอะไรที่ไม่ได้มาจากความรักอีกแล้วครับ
ทราย : (ถอนใจ) บางคนเขาถามทรายว่าทรายจะไปฟ้องร้องคนอื่นหรือเปล่า ที่เขาเอาเรื่องนี้ออกมานินทา ไม่ครับ เพราะประเทศเรามีปัญหาเรื่องกฎหมายที่ฟ้องเพื่อปิดปาก มันอาจไม่มีเหตุผล ทรายเคยโดนขู่เรื่องนี้มาแล้ว ทรายไม่มีทางเป็นบุคคลที่ใช้อำนาจทางกฎหมายมาข่มขู่คนอื่น ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะพูด คุณจะพูดอะไร ก็อยู่ที่การวิจัยและจรรยาบรรณของคุณแล้ว
ทราย : ใช่ครับ สำหรับดาราที่เขากดไลก์ เอาจริงๆ ผมไม่ได้โฟกัสตรงนั้น เพราะผมโฟกัสแค่เพื่อนๆ กับคนที่เชียร์เราครับ แต่ทรายก็คิดว่าเป็นบทเรียนดีเกี่ยวกับอำนาจที่ดาราหลายคนเขามี ที่ควรพิจารณา คุณไม่สามารถคิดว่าเสียงคุณไม่มีน้ำหนักได้ เรื่องนี้เป็นเรื่องซีเรียส ผมเข้าใจว่าการที่คุณเข้าไปกดไลก์เรื่องของที่ดิน แทนที่จะโฟกัสเรื่องซีเรียสมากกว่านั้นคือการข่มขืน มันก็สะท้อนให้เห็นว่า ณ ตอนนั้นเขาให้ความสำคัญกับเรื่องอะไร เรื่องทรัพย์สิน มากกว่าความถูกต้อง มันก็ต้องเป็นเรื่องที่เขาต้องไปพิจารณากันเองครับ
ทราย : ขอตอบตรงๆ นะครับ ทรายไม่ได้มีความรู้สึกอะไรเลย ทรายขอดูจากการกระทำดีกว่า เรื่องแบบนี้มันพูดกันไม่ค่อยได้ ขอดูจากการกระทำหน่อย จะมีการช่วยเหลือให้เรื่องนี้มีความยุติธรรมหรือเปล่า มันต้องมีการพูดคุยกันครับ
ทราย : จริงๆ มันไม่ใช่ปัญหาที่มายด์เขาสร้างครับ เขาเป็นคนที่แต่งงานเข้ามา เขามีสิทธิ์ที่อาจจะไม่ได้รู้เรื่องนี้จริงๆ ไม่มีผู้ชายคนไหนที่จะไปบอกว่าเขาทำแบบนั้น จากที่ทรายเดานะครับ คนที่ควรออกมารับผิดชอบคือพี่ชายกับแม่ครับ แล้วคนอื่นๆ ที่เป็นผู้ใหญ่ในครอบครัวที่รู้เรื่องนี้หมด ซึ่งเป็นทุกคน เขาไม่ได้ทำอะไร หน้าที่ของเขาในฐานะที่เขาเป็นผู้ใหญ่ในสังคม ออกมารับผิดชอบอย่างจริงใจครับ เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องทรัพย์สิน แต่เกี่ยวกับความยุติธรรม ทรัพย์สินแน่นอนเป็นส่วนนึงของความยุติธรรม เพราะมันคือสิทธิ์ของเรา เราเกิดมาในตระกูลแบบนี้ คุณตาเขาให้เราแบบนี้ แต่ชีวิตที่คุณตาเขาฝันไว้ให้ทรายมันไม่ได้เกิดขึ้นในนั้นจริงๆ เลย เพราะว่าเราไปอยู่ภาคใต้ เราไร้บ้าน เพราะเราถูกทำร้ายไงครับ
ทราย : ครับ แต่ตอนนี้ทรายไม่ได้คิดถึงฐานะหรืออะไร ทรายรู้สึกว่ามันคือความยุติธรรมครับ จากนี้เราอยากเดินออก ไม่อยากยุ่งอะไรกันอีกแล้ว
ทราย : สก๊อตทรายก็ไม่อยากเป็นแล้วตอนนี้ เพราะทรายไม่อยากเกี่ยวข้องกับผู้ชายที่ทำร้ายเราครับ ทรายไม่อยากมีนามสกุลของพ่อที่รู้เรื่องทุกอย่างแล้วก็ไม่ทำอะไรครับ ตอนนี้ทรายคิดว่าทรายอยากเปลี่ยนนามสกุลทรายเป็นสมุทรครับ เขาเป็นสิ่งที่ดูแลเรามาตลอด เราก็อยากอยู่กับเขาทั้งชีวิตครับ ทรายคิดว่าถ้าชื่อทรายเป็น ทราย สมุทร มันอิสระดีครับ และนี่คือสิ่งที่ทรายอยากได้มากที่สุดในชีวิต คือความอิสระครับ ปลอดจากคนพวกนี้ ปลอดจากเรื่องนี้ ปลอดจากตระกูลนี้ครับ
ทราย : ทรายถือว่าทรายโชคดี เพราะว่าหลายๆ สิ่งที่เราเจอมา สิ่งที่ยากที่สุดคือมันง่ายที่จะเจอเรื่องยากแบบนี้ แล้วติดใจเราไปตลอดชีวิต แต่ทรายเป็นคนที่รู้ว่าความรัก น้ำตา ความสุขของเรา มันคือประสบการณ์ของความเป็นมนุษย์ ทุกเรื่องที่ทรายเจอมา ทรายพยายามเลี้ยงให้ตัวเองยังมีความจริงใจ ความสัมพันธ์กับความรู้สึกตัวเอง ไม่ว่าจะเศร้าหรือทุกข์ขนาดไหน เพราะทรายรู้สึกว่าเราไม่ควรโยนหัวใจเราทิ้งเพราะการกระทำของครอบครัวหรือผู้ชายคนนึงครับ
ทราย : ความยุติธรรมครับ ไม่ว่าจะออกมาเป็นเรื่องทรัพย์สิน เวลา การชดเชย มันไม่มีอะไรที่มันสามารถชดเชยชีวิตของเราที่เกิดมาได้ครับ 20 ปีมันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะชดเชยครับ แต่มันสามารถจบได้ครับ
ทราย : ต้องคุยกันครับ แน่นอนทรายบล็อกพวกเขาบนไลน์หมดแล้ว ทรายไม่มีการคุยกับเขาโดยตรง แต่คุณเป็นคนรวย มีเลขาฯ มีผู้ช่วย ให้เขาติดต่อมาสิครับ แล้วเรามานั่งคุยกัน ถ้าเกิดกล้านะครับ
ทราย : ทรายเป็นคนปกติครับ ทรายใช้ชีวิตมาเป็นคนปกติ ทรายหาเงินเอง ทรายไม่เคยขอความช่วยเหลือเส้นสายอะไรในการทำงานอนุรักษ์เลยครับ งานมูลนิธิที่ทรายซื้อประกันให้เจ้าหน้าที่ ทรายก็ระดมเอง ทรายคุยกับซีพี ทรายได้เงินจากช้าง เราทำเองหมดครับ เราได้คนช่วยระดมทุนเรา เราไม่เคยขอความช่วยเหลือที่เกินสิ่งที่เราควรได้รับครับ ทรายคือคนปกติ แต่ทรายก็ยังเป็นหลานของคุณตาครับ
ทราย : ใช่ครับ
ทราย : ไม่ ส่วนที่เป็นของทรายมันคือความเท่าเทียมครับ แต่ทรายโดนกระทำ มันเลยมีการชดเชยด้วยครับ ที่ดินแน่นอนมันคือของทรายอยู่แล้วครับ แต่ถามจริงๆ ผมจะอยู่ในบ้านที่หัวหินในบ้านกับผู้ชายที่ข่มขืนเราเหรอครับ มันไม่ใช่
ทราย : ใช่ครับ เพราะจริงๆ แล้วเขาไม่ได้สมควรเดินออกนอกบ้านตอนนี้ เขาควรอยู่ในคุกครับ เรื่องแบบนี้คือการทำร้าย ไม่ใช่เรื่องภายในครอบครัว จริงๆ ทรายไม่ชอบคำนั้นนะครับ เรื่องภายในครอบครัว เพราะครอบครัวเป็นสถาบันที่อาจทำร้ายบุคคลภายในครับ เหตุผลที่หลายคนเจอเรื่องแบบทราย ฆ่าตัวตาย ออกมาไม่รอด ติดยา เพราะทุกคนผลักให้เป็นเรื่องภายในครอบครัว คุณเป็นมนุษย์ อย่ามองว่าเป็นเรื่องครอบครัว
ทราย : รู้ครับ ในมุมของทราย คนที่โดนกระทำ เราจะอยู่ในโลกที่แปลก เพราะเรารู้ว่าภายในใจเราอะไรเกิดขึ้น แต่สังคมรอบนอกไม่ได้มองคนที่ทำร้ายเราเป็นฝ่ายทำร้ายเรา เขามองเป็นคนปกติ เราจะมีความรู้สึกสับสนกับความเป็นจริง หมายถึงว่าสิ่งที่เรารู้สึกในใจไม่ได้ปรากฏออกมาข้างนอก เราก็จะรู้สึกด้อยเพราะเราเป็นเหยื่อ ทั้งที่คนที่ทำเขาทำผิด เขาอ่อนแอกว่าเรา ไม่มีผู้หญิงหรือผู้ชายที่ไหนแข็งแรงพอจะทำร้ายเด็ก ตอนเราพูดออกมา มันปลดล็อก และคิดว่าหลายคนที่เจอแบบทราย อาจจะเข้าใจว่าการพูดมันปลดล็อก เพราะว่าเราเปลี่ยนความเป็นจริงของคนพวกนั้น เขาไม่ได้เป็นคนปกติ แต่เขาคือคนทำร้ายเรา มันคือสิ่งที่สะท้อนสิ่งที่เป็นภายในของเขาตามความเป็นจริง เมื่อก่อนถ้าทรายไม่ได้พูดเกี่ยวกับเรื่องพี่ชาย ทรายจะรู้สึกตัวเล็ก เป็นเหยื่อไม่ค่อยแข็งแรง เพราะว่าทำไม ถ้าเขาไม่ได้มีอิทธิพล ทำไมเราจะไม่พูด มันเหมือนเราเองไม่กล้าเป็นเสียงให้ตัวเอง เพราะเราวางว่าอิทธิพลของเขา เงินของเขาสำคัญมากกว่าจิตวิญญาณของเรา แต่ทรายอยู่ดีๆ มาถึงจุดที่ทรายรู้สึกว่าไม่ มันไม่สำคัญกว่า ชีวิตทรายสำคัญกว่า เสียงของทราย ใจของทราย สำคัญมากกว่าอิทธิพลหรือเงินครับ
ทราย : ทรายทำแบบนั้นมา 6 ปีแล้วครับ
ทราย : ไม่กลับไปแล้วครับ ไม่ใช่บ้านครับ ทรายเป็นผู้ชายคนนึงที่แฮปปี้มากกับชีวิตวัยผู้ใหญ่ ทรายไม่มีอะไรจะทบทวนได้เลยในวัยเด็กที่มีความสุขครับ
ทราย : ไม่ครับ เด็กไม่มีวันลืมสิ่งที่แม่เขาทำในการปกป้องพี่ชาย ไล่เราออกจากบ้าน จ้างพี่เลี้ยงที่ข่มขืนเรากลับมา มันเป็นการหักหลังที่เกินคำบรรยายของคนที่เป็นพ่อแม่เราครับ เรารู้แล้ว ณ วันนั้นว่าเขาไม่ได้สนชีวิตเราแล้วครับ
ทราย : ทรายไม่เคยจำกัดในมุมมองของทรายว่าคนที่รักเรามาจากที่ไหน ทรายไม่ได้มองว่าคนที่รักหรือดูแลเราต้องมาจากครอบครัวอย่างเดียว มันยังมีคนในประเทศนี้อีก 60 กว่าล้านคน ที่ให้ความใจดีกับทราย ให้ความอบอุ่นกับทราย ทรายไม่ได้มองเลยว่าคนที่รักเราต้องมาจากที่เดียวกับเรา หรือทำอาชีพเดียวกับเรา ทรายเชื่อว่าความรักและเจตนาดีมาจากทุกที่ได้ และทรายโชคดีมากที่ทรายเป็นคนเชื่อแบบนั้นมาตั้งแต่เด็กครับ เพราะถ้าทรายไม่ได้เชื่อแบบนั้น วันนี้ทรายไม่มีจุดยืน และไม่มีตัวตนของตัวเองเลยครับ
ทนายสายหยุด : น้องเขาก็พร้อมเจรจา ทรัพย์สินก็ตามสิทธิ์ของเขาที่คุณตาให้ไว้ เรื่องเยียวยาต้องเป็นครอบครัว ต้องถามน้องว่าต้องการให้เยียวยาอย่างไร เพราะพี่เขาก็พูดกึ่งรับข้อเท็จจริงบางอย่าง แค่ปฏิเสธว่าเขาก็แค่เด็กคนนึงเล่นไปเหมือนแกล้งน้อง เขาพยายามเบี่ยงเบนไปแบบนั้น
ทราย : หรือจะให้ภรรยารับน้ำหนักของสิ่งที่คุณทำครับ
ทราย : มุมที่มีหลักฐานนะครับ ขอเพิ่มตรงนั้นนะครับ ไม่ใช่ความรู้สึกที่เนรมิตมาจากตรงไหนนะครับ มีหลักฐานหมดครับ
ทราย : แต่มันไม่มีไงครับ
ทราย : ขอบคุณมากครับ
ทราย : ทรายขอขอบคุณ ทรายยังไม่มีโอกาสขอบคุณทุกคน ทรายอยากตอบทุกคนจริงๆ ครับ ทรายต้องเล่าว่าตั้งแต่ทรายพูดเรื่องนี้ออกมา มีเด็กคนนึงที่ทรายไม่นึกว่าจะได้กลับคืนมา เขากลับมาในชีวิตทรายแล้วครับ นั่นคือความเป็นเด็กที่เรานึกว่าเขาหายไปกับสิ่งที่เขาโดนกระทำจากพี่ชาย วันนี้ตั้งแต่ทรายพูดแล้วเขาได้กลับคืนมาครับ ทรายขอบคุณมากที่ทุกคนดูแลเด็กคนนี้นะครับ ทรายไปต่อได้ครับ (เสียงสั่นเครือ) และทรายอยากทำต่อ จะได้กลับมาทำหน้าที่ที่ทรายเกิดมาทำให้กับทุกคนครับ ขอบคุณมากครับ (ยกมือไหว้)
ทราย : ขอบคุณครับ



















ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น