วันพุธที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2569

หงสาวดี ไม่ได้ลอก แต่ บังเอิญอย่างบริสุทธิ์ใจ

 

🔹 ผู้เขียนบทออกมาชี้แจงไทม์ไลน์ฝั่งตัวเอง
คุณศิริลักษณ์ ศรีสุคนธ์ ผู้เขียนบทซีรีส์ “หงสาวดี” ออกมาอธิบายลำดับเหตุการณ์จากฝั่งทีมงาน เพื่อให้เข้าใจที่มาของโปรเจกต์

🔸 ปลายตุลาคม 2567 เริ่มต้นโปรเจกต์ใหม่
หลังซีรีส์ “แม่หยัว” ออนแอร์ ทางช่อง one31 มีนโยบายให้พัฒนาซีรีส์แนวประวัติศาสตร์ยุคอยุธยาต่อเนื่อง

📚 ค้นข้อมูลเจอประเด็นน่าสนใจทางประวัติศาสตร์
ทีมงานศึกษาข้อมูลร่วมกับผู้ช่วย พบเรื่องที่ถูกบันทึกไว้ว่า สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงสร้างสถูปให้พระมหาอุปราชา หลังยุทธหัตถี (อ้างอิงจากพงศาวดารหลายฉบับ)

🤔 ตั้งคำถามต่อข้อเท็จจริงในประวัติศาสตร์
ด้วยความที่ดู “ผิดวิสัย” ที่จะสร้างสถูปให้ศัตรู ทำให้นักวิชาการบางส่วนตั้งสมมติฐานว่า ทั้งสองพระองค์อาจมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกว่าที่บันทึกไว้

🎬 พัฒนาไอเดียเป็นพล็อตใหม่
จึงเกิดแนวคิดสร้างเรื่องราวในมุมที่ประวัติศาสตร์ไม่ค่อยเล่า โดยตีความความสัมพันธ์ของทั้งสองพระองค์ในลักษณะ “พี่น้องที่ผูกพันกัน”

📌 กลางพฤศจิกายน 2567 เสนอผู้บริหารช่อง
นำแนวคิดไปพรีเซนต์ให้ผู้บริหารช่อง one31 และได้รับไฟเขียวให้เดินหน้าพัฒนาโปรเจกต์ต่อ

🔹 18 ก.พ. 2568 เริ่มเจรจาซื้อสิทธิ์
ทีมงานได้นัดพูดคุยกับนักวาด เพื่อขอซื้อลิขสิทธิ์นำผลงานไปพัฒนาเป็นซีรีส์

📄 แจ้งเงื่อนไขการดัดแปลงเนื้อหา
ทางช่องระบุชัดว่าจะใช้เพียง “ชื่อเรื่อง + บางองค์ประกอบ” และจะปรับเนื้อหาใหม่ให้เป็นแนวอิงประวัติศาสตร์ ไม่ใช่โลกคู่ขนาน พร้อมเปลี่ยนความสัมพันธ์ตัวละครเป็นแบบพี่น้อง

🤝 นักวาดรับทราบและตกลงเงื่อนไข
นักวาดเข้าใจแนวทางดังกล่าว และยินยอมให้ซื้อสิทธิ์ ซึ่งครอบคลุมงานในรูปแบบภาพเคลื่อนไหวทั้งหมด

🎨 มีการขอสิทธิ์เพิ่มในภายหลัง
หลังจากนั้น นักวาดได้ติดต่อกลับ เพื่อขอสิทธิ์ทำแอนิเมชัน 2D สำหรับออกอากาศ ทางช่องจึงขอเวลาพิจารณาและเตรียมปรับสัญญา

🔥 กระแสการ์ตูนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว
ระหว่างดำเนินการ “อโยธยาเอยาวดี” ได้รับความนิยมสูงขึ้นในฐานะการ์ตูนแนววาย (ชายรักชาย)

⚠️ ช่องเริ่มกังวลเรื่องความคาดหวังผู้ชม
เนื่องจากตัวซีรีส์จะไม่เล่าในแนวชายรักชาย อาจทำให้แฟนการ์ตูนเกิดความเข้าใจผิดหรือผิดหวัง

🔄 กลับไปเจรจากับนักวาดอีกครั้ง
ด้วยเหตุผลดังกล่าว ทางช่อง one31 จึงตัดสินใจกลับไปพูดคุยกับนักวาดอีกครั้ง เพื่อหาทางออกที่เหมาะสม


🔹 19 มี.ค. 2568 เจรจารอบที่สอง
มีการนัดพูดคุยกับนักวาดอีกครั้ง เพื่อปรับความเข้าใจและเงื่อนไขให้ชัดเจนมากขึ้น

🚫 ยืนยันไม่ใช้ชื่อ “อโยธยาเอยาวดี”
ทางช่องแจ้งชัดว่าจะไม่ใช้ชื่อเรื่องเดิม เพื่อหลีกเลี่ยงความคาดหวังที่ไม่ตรงกับเนื้อหาซีรีส์

📚 ยังคงต้องการซื้อลิขสิทธิ์กันปัญหาในอนาคต
แม้ไม่ใช้ชื่อ แต่เนื่องจากเนื้อหาเกี่ยวกับพระนเรศวร–พระมหาอุปราชา อาจมีบางส่วนคล้ายกัน จึงต้องการซื้อลิขสิทธิ์ไว้เพื่อความชัดเจนทางกฎหมาย

📑 เสนอเงื่อนไขใหม่ในการใช้สิทธิ์

  • ไม่ใช้ชื่อเรื่อง “อโยธยาเอยาวดี”

  • ไม่ใช้ชื่อนักวาดในการโปรโมต

  • แต่ยังให้เครดิตในฐานะเจ้าของบทประพันธ์ทุกตอน

  • นักวาดยังคงมีสิทธิ์ตามกฎหมายครบถ้วน

🔄 เปิดทางให้นักวาดตัดสินใจ
ทางช่องแจ้งชัด หากนักวาดไม่ต้องการขายสิทธิ์ภายใต้เงื่อนไขนี้ ก็พร้อมคืนสิทธิ์ให้ทั้งหมด

💡 นักวาดพิจารณาทางธุรกิจของตนเอง
เนื่องจากผลงานกำลังได้รับความนิยม และมีแผนต่อยอดในช่องทางอื่น จึงขอเวลานำเงื่อนไขไปพิจารณา

📩 ตัดสินใจขอรับสิทธิ์คืนในวันเดียวกัน
นักวาดแจ้งกลับในคืนนั้นว่าต้องการสิทธิ์คืน พร้อมตั้งเงื่อนไขสำคัญ

⚠️ ห้ามนำองค์ประกอบเฉพาะไปใช้
กำหนดว่าซีรีส์ต้องไม่ใช้ “องค์ประกอบหรือเหตุการณ์” ที่เป็นผลงานสร้างสรรค์ของนักวาด

🌹 ยกตัวอย่างชัดเจน: กุหลาบมอญ
สัญลักษณ์ความรักของตัวละครในเรื่อง ถูกย้ำว่าไม่สามารถนำไปใช้ได้ และในซีรีส์ “หงสาวดี” ก็ไม่มีการกล่าวถึงองค์ประกอบนี้


🔹 20 มี.ค. 2568 ปิดการเจรจาอย่างเป็นทางการ
ทางทีมงานดำเนินการเคลียร์รายละเอียดทั้งหมด และจบกระบวนการพูดคุยกับนักวาด

💰 ชดเชยค่าเสียเวลาให้นักวาด
มีการจ่ายเงินจำนวน 10,000 บาท (12,000 บาทก่อนหักภาษี) ในรูปแบบค่าตอบแทนการพูดคุย

📑 ระบุเป็น “ค่าที่ปรึกษา” ตามระบบบัญชี
คำว่า “ที่ปรึกษา” เป็นเพียงคำที่ใช้บันทึกในระบบบริษัท ครอบคลุมการพูดคุย/ให้คำแนะนำทั่วไป ไม่เกี่ยวข้องกับลิขสิทธิ์

⚖️ ยืนยันไม่เกี่ยวกับสิทธิ์ผลงาน
การจ่ายเงินดังกล่าวเป็นเพียงขั้นตอนทางบัญชีภายใน ไม่ได้มีผลผูกพันเรื่องสิทธิ์หรือการถือครองผลงานใดๆ

🤝 เข้าใจตรงกันและจบด้วยดี
ทั้งสองฝ่ายมองว่าการเจรจาเป็นไปอย่างราบรื่น และจบลงด้วยความเข้าใจที่ดีต่อกัน

📖 หยุดอ่านต้นฉบับเพื่อเลี่ยงความซ้ำซ้อน
ทีมงานตัดสินใจหยุดอ่าน “อโยธยาเอยาวดี” หลังอ่านไปเพียง 7 ตอน จากทั้งหมดกว่า 60 ตอน

🎬 เดินหน้าพัฒนาซีรีส์ต่อในแนวทางเดิม
จากนั้นจึงดำเนินการเขียนบท “หงสาวดี” ต่อ โดยยึดตามคอนเซ็ปต์ที่เคยนำเสนอให้ช่อง one31


🔹 ชี้แจงประเด็น “ความคล้ายคลึง” กับอโยธยาเอยาวดี
ผู้เขียนบทออกมาอธิบายจุดที่หลายคนตั้งข้อสังเกต ว่าบางฉากหรือองค์ประกอบดูคล้ายกัน

🌸 ประเด็น “กลิ่นน้ำปรุง” ของมังจีชวา
แม้จะมีความคล้าย แต่ในซีรีส์ใช้ในบริบท “สืบสวน/ระทึก (suspense)” ไม่ใช่ฉากความสัมพันธ์ใกล้ชิด
กลิ่นน้ำปรุงถูกใช้เป็นเบาะแส ทำให้พระนเรศทรงรู้ว่าเป็นมังจีชวาที่แอบเข้ามา

🗣️ บทพูดคล้าย แต่คนละฉาก
ยืนยันว่าประโยคที่ดูคล้ายกัน เป็นฉากที่ไม่ได้ปรากฏในเวอร์ชันการ์ตูน

👑 คำเรียก “เจ้าพี่” มีที่มาทางประวัติศาสตร์
การเรียกพระมหาอุปราชาว่า “เจ้าพี่” มีใช้มาตั้งแต่เอกสารเก่า เช่น ลิลิตตะเลงพ่าย
แม้เคยพิจารณาจะเปลี่ยนเป็น “เจ้าน้อง” ให้ตรงอายุ แต่กังวลว่าผู้ชมจะสับสน จึงคงแบบเดิม

💧 ฉากหลั่งน้ำทักษิโณทก เป็นเหตุการณ์สำคัญ
ถือเป็นพระราชกรณียกิจสำคัญในพระราชประวัติ
จึงเป็นองค์ประกอบที่ “หลีกเลี่ยงไม่ได้” เมื่อต้องเล่าเรื่องสมเด็จพระนเรศวร

🐔 ชื่อไก่ “เจ้าเหลือง” อ้างอิงความเชื่อเดิม
ใช้ชื่อนี้เพื่อสื่อถึงไก่ชนพันธุ์ “เหลืองหางขาว” ตามความเชื่อทางประวัติศาสตร์
และเป็นการตั้งชื่อเพื่อให้เข้าใจง่ายในฉากสั้นๆ โดยไม่ทราบว่าซ้ำกับในการ์ตูน


🔹 ยืนยันจุดยืน “ไม่ได้ลอกเลียนผลงาน”
คุณศิริลักษณ์ย้ำชัดว่า การเขียนบทซีรีส์ “หงสาวดี” เป็นการสร้างสรรค์ขึ้นเอง ไม่ได้คัดลอกมาจากผลงานใด

🎭 ความคล้ายเกิดจาก “ความบังเอิญโดยสุจริต”
หากมีฉาก ภาพ หรือองค์ประกอบบางอย่างดูคล้ายกับสื่ออื่น ยืนยันว่าเป็นเรื่องบังเอิญ ไม่ได้มีเจตนาลอกเลียน

🙏 ขออภัยหากทำให้เกิดความเข้าใจผิด
แสดงความเสียใจต่อกระแสที่เกิดขึ้น และขอโทษต่อผู้ที่รู้สึกไม่พอใจ

📝 รับผิดชอบต่อคำพูดของตนเอง
ยอมรับผิดในส่วนของการแสดงความคิดเห็นก่อนหน้านี้ และขอรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว

🤝 ไม่อยากให้กระทบทีมงานทั้งหมด
ย้ำว่าไม่ต้องการให้เหตุการณ์นี้ส่งผลเสียต่อองค์กร นักแสดง หรือทีมงานที่ร่วมสร้างผลงาน

🎬 ยืนยันความตั้งใจสร้างผลงานคุณภาพ
ทีมงานยังคงมุ่งมั่นในการผลิตซีรีส์ที่ดี และตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ต่อไป

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น