วันพฤหัสบดีที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2564

LINEPHARMA INTERNATIONAL ยื่นขออนุมัติผลิตและวางตลาดยาเม็ดทำแท้งในญี่ปุ่น

         บริษัท Linepharma International Ltd. ผู้นำด้านยาทำแท้งระดับโลก ประกาศว่า Linepharma KK ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ ได้ยื่นขออนุมัติผลิตและวางตลาดยาเม็ด MEFEEGO™ ในญี่ปุ่นเพื่อใช้ยุติการตั้งครรภ์ภายในระยะมีครรภ์ไม่เกิน 63 วัน 

        โดยยาตัวนี้ได้รับการยอมรับว่าเป็นมาตรฐานหลักในระดับสากลสำหรับการทำแท้งภายใน 3 เดือนแรก(i) และอยู่ในรายชื่อยาหลักสำหรับการทำแท้งขององค์การอนามัยโลก (WHO) อีกด้วย(ii)

        หากยื่นอนุมัติในญี่ปุ่นได้สำเร็จ ก็จะเป็นยาทำแท้งตัวแรกที่ได้รับการอนุมัติในญี่ปุ่นหลังจากที่ยาดังกล่าวได้เปิดตัวไปแล้วในออสเตรเลียกับแคนาดา และล่าสุดในเกาหลีใต้ที่ทางบริษัทจะยื่นขออนุมัติกับหน่วยงานด้านสาธารณสุขในปลายปีนี้ โดยยาทำแท้งดังกล่าวมีประวัติความปลอดภัยเป็นเลิศใน 80 ประเทศทั่วโลก(iii)

        ยาที่จะวางจำหน่ายในญี่ปุ่นในชื่อ MEFEEGO™ นี้คือยามิฟีพริสโตน (Mifepristone) กับยาไมโซพรอสตอล (Misoprostol) ซึ่งทางบริษัทนำมารวมในแพ็คเดียวกันเป็นรายแรกของโลก โดยคำขออนุมัติถึงองค์การเภสัชกรรมและอุปกรณ์การแพทย์แห่งญี่ปุ่น (PMDA) นั้นอิงตามผลการทดลองทางคลินิกระยะที่ 3 ในญี่ปุ่น ซึ่งประกอบด้วยผู้หญิง 120 คน อายุระหว่าง 18-45 ปี หากยาตัวนี้ได้รับอนุมัติ สตรีชาวญี่ปุ่นจำนวน 156,430 คนที่ทำแท้งด้วยการผ่าตัดในปี 2562 เพียงอย่างเดียวก็จะมีตัวเลือกการรักษาเพิ่มเติมตามความต้องการของแต่ละคน

        แมเรียน อัลแมนน์ ผู้จัดการทั่วไปของ Linepharma International กล่าวว่า "Linepharma เป็นผู้บุกเบิกระดับโลกในด้านยาทำแท้งและมุ่งยกระดับสุขภาพทางเพศและสุขภาพการเจริญพันธุ์ ซึ่งรวมถึงการค้นพบ พัฒนา และแจกจ่ายโซลูชันนวัตกรรมด้านสุขภาพโดยรวมถึงชุดยาทำแท้ง เรามุ่งมั่นที่จะทำงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานกำกับดูแลด้านสุขภาพ บุคลากรทางการแพทย์ กลุ่มผู้ป่วย และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่น ๆ อย่างเท่าเทียมกัน เพื่อให้มั่นใจว่าจะสามารถเข้าถึงทางเลือกที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพได้" และเพิ่มเติมว่า "การยื่นขออนุมัติยา MEFEEGO ของเราในญี่ปุ่นเป็นหมุดหมายสำคัญยิ่งสำหรับสตรีชาวญี่ปุ่นที่จะได้มีตัวเลือกใหม่ในการทำแท้งเป็นครั้งแรก"

        ทั้งนี้ มีการทำแท้งเกิดขึ้นทั่วโลกราว 73 ล้านรายในแต่ละปี โดยผลการประเมินทั่วโลกบ่งชี้ว่า 45% ของการทำแท้งทั้งหมดเป็นแบบไม่ปลอดภัย(iv)  ขณะเดียวกัน ข้อมูลจาก WHO ระบุว่าการทำแท้งเป็นมาตรการดูแลสุขภาพที่บุคลากรทางการแพทย์สามารถทำได้ง่ายและปลอดภัยโดยใช้ยาหรือทำการผ่าตัด(v)


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น